วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2558

7 : I can change! : New me

I can change! : New me

はい。今日は赤ちゃんと犬の話を話します。(はい)あのー、赤ちゃん一人と犬一匹がいました。(はいはい)で、その赤ちゃんは犬の背中に乗って遊ぼうと思っています。(ああ、はい)だから、赤ちゃんは、えー、寝ている犬のところにハイハイして近づいていきます。(はい)でも、そのー、パッと、えー、犬はパッと目を覚ましてしまいました。(はい)だから、赤ちゃんは、そのー、犬の背中に乗れなったのです。(おお、犬が動いているのですか?)はい。そうそうそう。そうです。犬は目を覚まして、起きたのですね。だから、まあ、赤ちゃんは犬の背中に乗れなかった。(おお)あとは、そのー、赤ちゃんは今回こそ犬の背中に乗ろうと思って、もう一回犬の背中に、犬が気づかないように(はい)静かに犬の背中に回り込んだのです。(分かりました)でも、犬は、そのー、後ろを向いて赤ちゃんを待っているみたいな感じです。(お、なるほど)赤ちゃんは犬の顔を見て慌てて、なんで今度も乗れなかったのかと思って、大変驚いていたのです。(ああ)はい、これで終わります。(はい)

คิดว่าตัวเองทำได้ดีขึ้นในฐานะของผู้เล่าคือ มีการเลือกใช้คำศัพท์ที่หลากหลาย และสำนวนที่แปลกใหม่กว่าเดิมจากการเล่าครั้งแรกที่ยังไม่รู้จักคำศัพท์ เช่น ครั้งนี้มีการใช้คำว่า ハイハイ และ 回り込んだ ซึ่งครั้งแรกสุดไม่ได้ใช้สำนวนคำศัพท์พวกนี้เลย อีกอย่างคือ มีการเว้นช่วง ให้ผู้ฟังโต้ตอบ あいづちมากขึ้น คือเล่าแล้วหยุดเป็นช่วงๆ ไม่ใช่เล่าแบบติดกันไม่หยุด ไม่สนใจที่จะโต้ตอบกับผู้ฟังแบบครั้งแรก

ในส่วนของผู้ฟังคือ มีการโต้ตอบ あいづち กับผู้เล่ามากขึ้นกว่าเก่า เนื่องจากครั้งแรกไม่ค่อยได้พูดแทรกผู้เล่าเท่าไหร่ เพราะติดนิสัยแบบคนไทยคือ ไม่อยากพูดแทรกในขณะที่ผู้อื่นกำลังพูดอยู่




ค่ะ ก็จบกันไปแล้วเนอะ กับมิชชั่น I can change!
ก็ไม่รู้ว่า change มาก change น้อยนะ ฮ่าๆ
ยังไงก็ไว้เจอกันใหม่คราวหน้าค่ะ บะบายย ยยยย


วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2558

6 : 役不足 VS 力不足

役不足 VS 力不足



มาค่ะ วันนี้เราจะมานำเสนอคำที่(เขาว่ากันว่า)แม้แต่ชาวญี่ปุ่นเองก็ใช้กันอย่างสับสนค่ะ

โดย... คำที่ว่าก็คือ 「役不足」 และ 「力不足」 ค่ะ

役不足(やくぶそく) แปลตรงตัวค่ะ ว่า งานที่ได้รับมอบหมาย เป็นงานที่ต่ำกว่าความสามารถของตน เอาง่ายๆ ก็ประมาณว่า “โอ้ย เอาอะไรมาให้ทำเนี่ย ดูถูกความสามารถมาก งานแบบนี้ใครๆ ก็ทำได้เหอะ!” อะไรทำนองนี้

力不足(ちからぶそく)คำนี้แปลกลับกันค่ะ แปลว่า ความสามารถของเราต่ำกว่างานที่ได้รับมอบหมาย ง่ายๆ ก็ “ทำไม่ไหวอ่ะ งานไรอ่ะ ยากไปป่ะ??” อารมณ์นี้

ทีนี้ เราก็ได้ไปทำการศึกษามาค่ะ เขาว่ากันว่า ชาวญี่ปุ่นสมัยนี้มักจะเข้าใจความหมายของคำว่า  「役不足」 ผิด โดยเข้าใจว่าคำคำนี้มีความหมายเหมือนคำว่า 「力不足」 แทน

ตัวอย่าง
นักแสดงหนุ่มไฟแรงให้สัมภาษณ์กับรายการโทรทัศน์ถึงภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่ตนแสดงนำ โดยสุดหล่อได้กล่าวถึงบทตัวเองว่า
「僕などでは役不足で・・・・・」 >>>役不足 ฉันเจ๋งกว่างานกระจอกๆ นี่เยอะ!!!

แหม... ให้สัมภาษณ์มาแบบนี้ ถ้าผู้กำกับฟังอยู่คือเงิบนะ
จริงๆ คือหนุ่มสุดฮอตน้องใหม่วงการบันเทิง(นี่คือการสมมติ อย่าตกใจไป แต่งเองค่ะ) ต้องการจะบอกว่า บทที่ได้อ่ะ มันยาก เราเป็นน้องใหม่ อาจจะทำไม่ได้ดี คือไม่ค่อยมั่นใจ... นั่นเอง

แต่... ใช้คำผิดไง อันนี้มันจะกลายเป็น บทห่วยอ่ะ แค่นี้ดูถูกความสามารถฉันมาก!

เพราะฉะนั้น นักแสดงดาวรุ่งพุ่งแรงคนนี้ ควรจะพูดว่าอะไรแทนคะ?
.
.
.
「僕などでは力不足で・・・・・」
ใช่ค่ะ เจ๋งมากค่ะ


ยากเนอะ...
เพื่อการนำไปใช้อย่างง่ายและถูกต้อง เราก็มาดูเทคนิคกันดีกว่า

役が不足だから、役不足

นี่ไง! ถ้าเราจำแบบนี้ เราก็จะไม่สับสนไง เพราะว่า งานมันห่วย ก็เลย ไม่ชอบงานนี้!
ส่วนตัวเราก็จะจำแบบนี้แหละค่ะ เกิดเอาไปใช้ผิดความหมาย อาจจะโดนคนเกลียดขี้หน้าหาว่า “อวดดี” เอาได้... เพราะฉะนั้น จำค่ะ ในอนาคตน่าจะมีประโยชน์ ...เนอะ


วันนี้ก็รู้กันไปอีกสองคำเนอะ ไว้เจอกันใหม่คราวหน้า สวัสดีค่ะ

5 : I can change! : I see

I can change! : I see



กลับมาใหม่ในเวอร์ชั่นที่ไฮโซและเป็นผู้เป็นคนมากกว่าเดิมค่ะ หลังจากได้เรียนรู้วิธีการเล่าของคนญี่ปุ่น และขัดเกลาภาษาเป็นที่เรียบร้อย ก็รู้สึกตัวว่า um… I see.



 赤ちゃん一人と犬一匹がいました。赤ちゃんは、犬の背中に乗って遊ぼうと思っています。赤ちゃんは、静かに寝ている犬のところへハイハイをして近づいていますが、犬はパッと目を覚ましてしまいました。犬に気づかれてしまったから、赤ちゃんは慌てて、今度こそ犬の後ろから回り込もうとします。しかし、犬は後ろを向いて待ち構えていたみたいです。今度こそ作戦成功だと思っていた赤ちゃんは犬とまた顔を合わせてしまい、大変驚いていたのです。


สิ่งที่คิดว่าตัวเองแตกต่างกับวิธีการเล่าของคนญี่ปุ่นคือ เราจะชอบติดนิสัย เปลี่ยนมุมมอง point of view ไปเรื่อยๆ ต่างจากคนญี่ปุ่นที่มักจะกำหนด point of view ไว้ตายตัว เช่น หากเล่าในมุมมองของ 赤ちゃん ก็จะใช้ประธานเป็นตัวเด็กไปตลอดทั้งเรื่อง และมักจะเลือกใช้กริยารูปถูกกระทำในการบรรยายด้วย เช่น บรรยายว่า ถูกสุนัขรู้สึกตัวแทนที่จะเปลี่ยนประธานของประโยคเป็น สุนัขรู้สึกตัวอย่างที่คนไทยคุ้นเคย

ดังนั้นเราจึงติดนิสัยเปลี่ยนประธานตามแบบนิสัยคนไทย แม้ว่าจะกำลังเล่าเรื่องเป็นภาษาญี่ปุ่นก็ตาม อีกอย่างคือ ในภาษาไทยไม่นิยมพูดรูปถูกกระทำ ดังนั้นเวลาเล่าเรื่องก็มักจะเลี่ยงการใช้รูปถูกกระทำที่ไม่คุ้นเคย

และสุดท้ายคือ คิดว่าตัวเองพูดกาล เวลาในประโยคมั่ว คือชอบเอา ています ปนกับ ていました นั่นเอง




เจอกันคราวหน้าค่ะ สวัสดีค่ะ

4 : I can change! : By myself

I can change! : By myself


สวัสดีค่ะ ไม่ได้อัพมาสักพัก ในที่สุดเราก็กลับมาแล้ว เย่!
วันนี้เรามาพร้อมกับมิชชั่นค่ะ ...ถอดเสียงตัวเอง เรื่อง เด็กกับน้องหมา



 赤ちゃん一人と犬が一匹います。で、その赤ちゃんは、ええ、犬に、犬の背中に乗りたくて、赤ちゃんは犬の方に向かっていきます。で、犬に会うと、その、赤ちゃんの顔が犬の顔と会って乗れないんです。なんか前だから乗れないですね。(うん)だから、赤ちゃんは犬の後ろの方に向かっていきます。で、赤ちゃんが犬に会うと、その犬は振り向いて、赤ちゃんの顔と会った。だから、赤ちゃんは犬に乗れなかったんです。オッケー??分かった?(うん、分かった。)



สิ่งที่คิดว่าไม่ดีนะคะ

คิดว่าตอนที่เล่าเรื่องอยู่เนี่ย ใช้ tense ได้มั่วซั่วมากถึงมากที่สุด คือใช้ปนกันมั่วมากค่ะ ています/ていました//る คงด้วยความที่เป็นคนไทยด้วยแหละค่ะ คือเวลาเราเล่าเรื่องเนี่ย ภาษาไทยมันไม่มี tense ถูกไหมคะ เพราะฉะนั้นเวลาเราพูดในภาษาอื่น เราก็จะติดไม่ใช้ tense ซึ่งถ้าให้เขียน ก็จะมีสติและเลือกใช้ได้ถูก แต่ตอนที่เราสนทนากับผู้อื่นในชีวิตจริงนี่สิ คือเราจะตื่นเต้น และพูดสิ่งที่ชินค่ะ tense ก็เลยหาย...

สำนวนที่อยากจะพูดแต่คิดไม่ออกเพราะไม่มีความรู้ เช่น ハイハイ ค่ะ คำนี้คือการคลานของทารกค่ะ พูดตามจริงคือ เราเป็นคนที่ถนันการอ่านมากกว่าการพูด หรือพวกแกรมม่า เพราะฉะนั้นถ้าเจอคำนี้ในตอนที่อ่านก็จะเข้าใจ แต่พอให้มาพูดเองก็จะคิดคำศัพท์ไม่ออกค่ะ

ต่อมาคือคำว่า 近づく แปลว่า เข้าใกล้ ...ทำไมถึงนึกไม่ออก??

สุดท้ายคือ 後ろから回り込む ซึ่งแปลว่า อ้อมไปเข้าทางด้านหลัง ...คิดไม่ออกเหมือนกัน ขอตัวไปกินหญ้าแป็บ ฮ่าๆ




จบค่ะ เจอกันเอ็นทรี่หน้า บะบายย ยยย ยยย

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

3 : 加減


สวัสดีค่ะ


ในที่สุดเราก็กลับมาอีกครั้ง ที่สำคัญเรากลับมาพร้อมกับสาระความรู้! เราจะเป็นการเป็นงาน!

ศัพท์ของเราวันนี้คือคำว่า 「加減」 ค่ะ
เคยได้ยิน ได้เขียน ได้ลองใช้กันบ้างรึเปล่า??


加減(かげん)แปลว่า ระดับหรือปริมาณ


แล้วทุกคนเคยได้ยินคำว่า 「いい加減」 กันไหมคะ?


บางคนอาจเคยเห็นในรูปแบบประโยคทำนอง  「いい加減な人だ」 ที่แปลว่า คนมักง่าย ทำอะไรแบบขอไปที ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายไปในทางที่ไม่ดีถูกไหมคะ อารมณ์ทำนอง 悪口 หรือใช้ในการนินทาว่าร้ายชาวบ้านนั่นเอง


ทีนี้หลายคนก็อาจจะเกิดความสับสน มึนงงขึ้นมาค่ะ ว่า อ่าว... ไหนบอกว่า 加減 แปลว่า “ระดับหรือปริมาณ” ไง เติม いい ซึ่งแปลว่า “ดี” เข้าไป 「いい加減」 มันก็สมควรจะต้องแปลว่า “ระดับหรือปริมาณที่กำลังดี” สิ!

นั่นสิ แล้วทำไมมันถึงกลายเป็นความหมายแง่ลบไปได้นะ สรุปว่าอย่างไรแน่ เอ๊ะ?


เอ๊ะ เอ๊ะ เอ๊ะ แล้วคำฮิตติดหู 「いい加減にしろ」 ล่ะ?

ได้ข่าวว่ามันอารมณ์ประมาณ [That's enough! Fuck off! เลิกงอแงได้แล้ว! เป็นโรคหรอ!] อะไรทำนองนี้นิ แต่ แต่ แต่ ถ้าเราแปลตรงตัวตามด้านบนในความหมายที่ไม่ดี มันควรจะแปลออกมาได้ว่า “ทำแบบขอไปทีเถอะ” ไม่ใช่หรอ?


คำตอบก็คือ 「いい加減」 มันแปลได้ทั้งสองความหมายค่ะ ทั้งในแง่ดีและแง่ลบ เพราะฉะนั้นมันจึงขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของเราค่ะ ว่าเราจะตีความมันออกไปในรูปแบบไหน 「前後の文派やその言葉が発せられた状況から判断する必要があります」 หรือก็คือต้องดูบริบทและสถานการณ์ประกอบด้วยนั่นเอง


บางคนอาจจะเครียด ผมร่วง อารมณ์ประมาณ แย่แล้ว ผมมีประสบการณ์น้อย ตัดสินใจไม่ถูกเลยครับว่าจะแปลออกมาในรูปแบบไหนดี โอ้ โน้ว!


มา มา มา ไม่ต้องตื่นตกใจไป ไหนๆ ก็ไหนๆ ละ เราจะมานำเสนอ วิธีการแยกความแตกต่าง 区別 กัน!

「具合がいい」 意味の 「いい加減」 は、文法的にいうと 「いい」+「加減」 の連語ですから、「いい加減です」 「いい加減湯」 といった形で使われます。

 無責任な様子をあらわす 「いい加減」 は形容動詞で、「いい加減人」 「いい加減やり方」 というように、語尾が 「な」 になります。

สรุปก็คือ 「いい加減」 ในความหมายดี มักจะใช้เป็นคำขยายคำนามด้วย 「の」
ในขณะที่ 「いい加減」 ในความหมายลบ มักจะใช้ขยายคำนาม ด้วยการใช้ 「な」


บทความของเรายังไม่จบง่ายๆ รู้จักกับคำว่า  「いい加減」 ไปแล้ว ก็ต้องมารู้จักกับคำว่า 「適当」 บ้าง

โดยทั้งสองคำนี้นะคะ มีความเหมือนกันก็คือ แปลได้ทั้งสองความหมาย ทั้ง “ทำแบบขอไปที” กับ “ทำอย่างเหมาะสม”

เพราะฉะนั้น เพื่อความสะดวกสบาย ไม่ต้องมานั่งพะวงว่าคู่สนทนาจะเข้าใจความหมายของเราถูกไหม เราจึงขอเสนอขายคำว่า 「適切」 แทนค่ะ

「適切」 เนี่ยเจ๋งตรงที่ว่า 「適切」にはマイナスの意味はない หรือก็คือ แปลตรงตัวว่า “เหมาะสม” ในความหมายเดียว ไม่มีแง่ลบให้มานั่งปวดหัวอย่างเพื่อนฝูง 「適当」 กับ 「いい加減」 ไงล่ะจ๊ะ


เช่น
「調味料を適当に加える」 อันนี้ต้องดูบริบทว่า ควรจะแปลอารมณ์ “ใส่เครื่องปรุงให้เสร็จๆ ไป” หรือ “ใส่เครื่องปรุงอย่างพอประมาณ”

「調味料を適切に加える」 แต่อันนี้จะแปลได้อย่างเดียวคือ “ใส่เครื่องปรุงอย่างพอประมาณ”

เห็นความแตกต่างไปแล้ว เพราะฉะนั้นคุณก็เลือกเอาเลยค่ะ ว่าอยากจะใช้ในความหมายใด



เอาล่ะ หลังจากที่เรามีความรู้กันไปแล้ว ก็ลองเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันกันดูนะคะ


แล้วไว้เจอกันใหม่คราวหน้าค่ะ บาย!

วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

2 : Viva La Vida「美しき生命」


Viva La Vida
美しき生命


vivalavida


ฮายค่ะ

เห็นรูปผู้หญิงถือธงชาติฝรั่งเศสไหมคะ เห็นแล้วรู้ไหมว่ามันคือรูปอะไร?

ปฏิวัติฝรั่งเศส??
โน โน โน

มันคือ cover เพลง Viva La Vida ของ Coldpaly ต่างหาก!

แล้ว Coldplay คือ?

อ่ะ บางคนอาจไม่รู้จักเพราะชีวิตนี้เคยฟังแต่เพลงญี่ปุ่น หนูเป็นติ่งเกาหลี ไอดอลน่ารักคิวตี้คาวาอี้ ...ก็ โอเค never mind เพราะ เราก็เคยผ่านช่วงเวลานั้นมาแล้ว yeah!

มา มา จะอธิบายสั้นๆ ว่า
Coldpaly คือ British alternative rock band นะ ...แล้ว
นักร้องนำ คือ ลุงที่หน้าตาหล่อ และ GORGEOUS!!!! มาก

อาจจะสงสัยว่า แล้วเพลงนี้มันเกี่ยวอะไรกับ ฝรั่งเศส? แล้วไอ้คำว่า ‘Viva La Vida’ มันแปลว่าอย่างไร?

คือเพลงนี่เนี่ย มันเจ๋งตรงที่ว่า มันต้องฟังแล้วตีความเอาเอง (ลองมิตรแท้ Google ดูนะคะ เราลองหามา 3 ภาษา อันได้แก่ Japanese อิงลิช และ タイ語 คือคนเราทุกชาติพันธุ์มีจินตนาการทางความคิดกันถ้วนหน้าค่ะ สร้างเรื่องวิเคราะห์เพลงกันเก่งกาจมาก ชื่นชมค่ะ) คือมันมี metaphor หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเขาเรียกกันว่า 比喩(ひゆ)เกือบทั้งเพลงนั่นแหละ อารมณ์ประมาณว่า ฟังครั้งแรก ไม่รู้เรื่อง ครั้งที่สอง ไม่รู้เรื่อง ครั้งที่สาม 全く意味分からん ครั้งที่สี่ ก็ยังไม่รู้เรื่อง ฟังกี่ครั้งมันก็ยัง I don’t fucking understand it! แต่ดนตรีกับทำนองมัน Cool ไง คือดีงาม คือ felt awesome เข้าใจนะ?

まず、タイトルのVIVA LA VIDAなんですが、
これが東芝EMIの方で「美しき生命」と訳されています。
スペイン語で「人生万歳」という意味です。

โอเค VIVA LA VIDA เป็นภาษาสเปน แปลเป็น Japanese ว่า 「人生万歳」 ซึ่งเอามาแปลเป็นไทยอีกทีว่า “สดุดีชีวิต” อูวววว ววว ศัพท์ไฮโซ...

เกริ่นนานมาก ไปดูเนื้อเพลงกันดีกว่า โก
จริงๆ มีคนญี่ปุ่นแปลไว้หลายแบบนะคะ แต่หลังจากที่ได้ลองอ่านจากหลายๆ จ้าว สรุปว่าถูกใจอันนี้มากที่สุดค่ะ (source : ebisume.com)



I used to rule the world
Seas would rise when I gave the word
Now in the morning I sleep alone
Sweep the streets I used to own
かつて、私は世界を支配していた
私が命じれば、あらゆる海が道を作った
しかし今、私はたった一人で朝を迎え、
昔、手に入れたはずのこの街道を掃除してる
I used to roll the dice
Feel the fear in my enemy’s eyes
Listen as the crowd would sing
“Now the old king is dead! Long live the king!”
かつて、私はサイコロに賭けて敵と戦った
彼らの目に映る恐怖さえ見えた
群衆たちが歌うのも聴いたんだ
「さぁ、年老いた王は死んだぞ!新しい王に栄光あれ!」と
One minute I held the key
Next the walls were closed on me
And I discovered that my castles stand
Upon pillars of salt and pillars of sand
なのに、その鍵をつかんだと思った瞬間
次の壁が私の前に立ちはだかっていた
そしてやっと気づいた
私の城は、もろい砂の上に建っていたんだと
I hear Jerusalem bells a ringing
Roman Cavalry choirs are singing
Be my mirror, my sword and shield
My missionaries in a foreign field
聞こえるよ
エルサレムの鐘が鳴っているのが
ローマ騎兵聖歌隊が歌っているのが
私の鏡と剣と楯になれ!
私の使徒となり異国の地へ行け!
For some reason I can’t explain
Once you go there was never
Never an honest word
And that was when I ruled the world
なぜなのかは上手く言えないが
一度その場所に立ってしまうと
二度と本当の事が言えなくなってしまうんだ
そう、これは私が世界を支配していた頃の話だ
It was the wicked and wild wind
Blew down the doors to let me in
Shattered windows and the sound of drums
People couldn’t believe what I’d become
それは邪悪暴風のようだった
激しく吹き下ろして、私を扉の中に閉じ込めてしまった
窓は粉々に割れ、ドラムの音が鳴り響いた
私の成り果てた姿を見て、人々は信じなかった
Revolutionaries wait
For my head on a silver plate
Just a puppet on a lonely string
Oh who would ever want to be king?
革命家たちは待っているんだ
銀の皿の上に、私の首が乗るのを
たった一本の糸で操られる操り人形
ああ そんな王になど、一体誰がなりたいっていうんだ?
repeat
I hear Jerusalem bells a ringing

Roman Cavalry choirs are singing
Be my mirror, my sword and shield
My missionaries in a foreign field
(リピート)
聞こえるよ
エルサレムの鐘が鳴っているのが
ローマ騎兵の聖歌隊が歌っているのが
私の鏡と剣と楯になれ!
私の使徒となり異国の地へ行け!
For some reason I can’t explain
I know Saint Peter won’t call my name
Never an honest word
But that was when I ruled the world
なぜなのかは上手く言えないが
私には分かるんだ
聖ぺテロは私を御元に呼んでは下さらないだろう
けっして その公正なお声で
あれは、私が世界を支配していた頃の事なのに
repeat 
(リピート)



แปลภาษาอังกฤษไม่ออก ลองอ่านภาษาญี่ปุ่นดู ถ้ายังแปลไม่ออกอีก มาดูศัพท์กัน!
支配(しはい)การปกครอง / การควบคุม / การครอบงำ
         • 私は世界を支配している。 ฉันครองโลก!!!!!! (เห็นไหมว่าใช้คำช่วย )
恐怖(きょうふ)ความหวาดกลัว
群衆(ぐんしゅう)ฝูงชน
栄光(えいこう)เกียรติศักดิ์ / เกียรติภูมิ
         • คำนี้มันให้อารมณ์แบบ glory ค่ะ
         • ซึ่งเราก็จะชอบสับสนกับคำว่า光栄(こうえい)ที่แปลว่า honor บ่อยมาก
         • 「お会いできて光栄です」 เก๋ๆ ลองเอาไปเล่นดูค่ะ “เป็นเกียรติที่ได้พบคุณ”
瞬間(しゅんかん)ฉับพลัน / ภายในชั่วพริบตา
騎兵(きへい)ทหารม้า
         • 騎士 อัศวิน
聖歌隊(せいかたい)คณะประสานเสียง
使徒(しと)สาวกที่เดินทางไปเผยแพร่ศาสนาคริสต์ / มิชชันนารี
異国(いこく)ต่างประเทศ / ต่างแดน
邪悪(じゃあく)สิ่งชั่วร้าย
暴風(ぼうふう)ลมพายุ
革命家(かくめいか)นักปฏิวัติ
公正(こうせい)ความยุติธรรม
         • เห็นคำนี้ก็เลยนึกถึงคำนี้ขึ้นมา 不公平(ふこうへい)เอาไว้ลองใช้กันนะอารมณ์แบบ 「不公平だ!」 This is unfair! ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน! แม่งโกงนี่หว่า!แปลตามใจชอบเลยจ้ะ ซับฉันนรกมากค่ะ


เราได้ศัพท์ แล้วเราก็ต้องได้ความรู้กันบ้างเนอะ
*Seas RisingExodus(出エジプト記)。海を渡るモーセ(紅海渡歩)の奇蹟を指す。
*Pillars of saltは 『創世記』19章のソドムをめぐる逸話。神の警告に背いて悪徳の町ソドムを振り返ったロトの妻イルディスは、塩の柱になってしまう。

奇蹟(きせき)ปาฏิหาริย์ / อัศจรรย์
創世(そうせい)การสร้างโลก
警告(けいこく)การเตือน
悪徳(あくとく)ผิดศีลธรรม


Seas Rising ตรงส่วนนี้เขาเชื่อกันว่ามันอ้างอิงถึง “ทะเลแหวกของโมเสส” ค่ะ เป็นตอนที่โมเสสพาชาวอิสราเอลข้ามทะเลแดงนั่นเอง
ซึ่งเรื่องราวในส่วนนี้ถูกบันทึกไว้ใน Exodus(出エジプト記)หรือในชื่อภาษาไทยว่า “หนังสืออพยพ” เป็นหนังสือเล่มที่สองในคัมภีร์ไบเบิลภาคพันธสัญญาเดิม และเป็นเล่มที่สองในหมวดเบญจบรรณ ซึ่งเชื่อกันว่าโมเสสเป็นผู้เขียนขึ้นค่ะ

Pillars of salt  มาจากตำนานเมืองโซดอมและกอมเมอร์ราห์ ง่ายๆ คือสองเมืองนี้เป็นเมืองแฝดที่เต็มไปด้วยความชั่วร้าย และบาปหนาหนักมากค่ะ ดังนั้น พระผู้เป็นเจ้าจึงฝังเมืองนี้ไว้ใต้ธรณี ทีนี้ก่อนที่ God จะมากระทำการ purify เมือง ก็ได้ส่ง โลตมาเจรจาก่อนค่ะ แต่ปรากฏว่าเมืองมันเน่าไปแล้ว เกินจะเยียวยา พระเจ้าจึงให้โลตรีบพาลูกพาเมียออกจากเมือง แล้วระหว่างที่หนีคือห้ามหันกลับไปมอง แต่ แต่ แต่ Curiosity killed the cat 「好奇心は猫も殺す」ค่ะ เมียไม่ฟังค่ะ อยากรู้อยากเห็นค่ะ หันกลับไปมอง ผลก็คือ ร่างของนางกลายเป็นเสาเกลือ (Pillar of Salt) ติดตรึงอยู่ ณ ที่นั้นค่ะ


สุดท้ายละ ใครสนใจ 解釈 ของเพลงก็ลองดูนะคะ ที่เลือก 2 อันนี้มาเพราะว่าเขาตีความคล้ายๆ กันค่ะ

              (source : longtailworld)


             (source : SongMeanings.net)